ผลไม่เป็นทางการ เผย ประชาธิปัตย์ ชนะ เลือกตั้งซ่อมชุมพร-สงขลา

ผลไม่เป็นทางการ เผย ประชาธิปัตย์ ชนะ เลือกตั้งซ่อมชุมพร-สงขลา

ประชาธิปัตย์ ได้เฮ หลังผลไม่เป็นทางการของ เลือกตั้งซ่อมชุมพร และ สงขลา พบว่าตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนำขาด ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ได้เปิดเผยถึงผลการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 พบว่า นาย อิสรพงษ์ มากอำไพ หรือตาร์ท ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยทำคะแนนทิ้งห่างอันดับสอง คือ นายชวลิต อาจหาญ หรือทนายแดง ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ

เช่นเดียวกันกับ จังหวัดสงขลา ที่ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล หรือ “น้ำหอม” ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ คว้าคะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

หลังจากทราบคะแนน นายอิสรพงษ์ได้ประกาศชัยชนะที่บ้านพัก ต.บางหมาก อ.เมืองชุมพร โดยมีนายบุญธรรม จุลใส หรือผู้ใหญ่เหม็ง บิดาของนายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี ที่เพิ่งพ้นสภาพจากการเป็น ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรค ปชป. และนายสุพล จุลใส หรือลูกช้าง (พี่ชายลูกหมี) ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)

พร้อมทั้ง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผู้อำนวยการการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรค ปชป.ร่วมแสดงความยินดีด้วย ซึ่งนายอิสรพงษ์กล่าวสั้นๆ ว่า ขอบคุณทุกๆ คะแนนเสียงของชาวชุมพรในเขต 1 ที่มอบให้

ขณะที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภายหลังผลคะแนนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา และ ส.ส.ชุมพร ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์ได้รับชัยชนะ

นายเฉลิมชัย กล่าวขอบคุณประชาชนชาวสงขลา เขต 6 และชุมพร เขต 1 ที่ให้ความไว้วางใจผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นผู้แทน ยืนยันว่าการแข่งขันที่ผ่านมาดำเนินการตามวิถีระบอบประชาธิปไตยทุกอย่าง ยืนยันว่าผู้แทนของแต่ละจังหวัดจะทำงานให้ดีที่สุด พรรคประชาธิปัตย์พร้อมยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนตลอดไป

พร้อมมองว่าการได้รับเลือกมาจากความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่กับความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เราแสดงจุดยืนที่ชัดเจนกับประชาชน รวมถึงผลงานที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลให้ประชาชนรับทราบ เป็นปัจจัยสำคัญที่ประชาชน 2 จังหวัดให้การสนับสนุนพรรค

นายกฯ เคาะ จัดตั้ง กองทุนพัฒนาอุดมศึกษา และนโยบายเรียนข้ามสถาบัน

นายกฯ โพสต์แจ้งปฏิรูประบบศึกษาไทย ก่อตั้ง “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา” เพื่อผลิตคนคุณภาพสู่สังคม เเละนโยบายเรียนข้ามสถาบัน ภายใต้กรอบแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” วันนี้ 15 ม.ค. 65 นายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ค “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” เรื่องการปฏิรูประบบการศึกษาไทย โดยมี 2 ประเด็นสำคัญ คือการก่อตั้ง “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา” เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่กว้างขวาง และผลิตคนที่มีคุณภาพออกสู่สังคม

นโยบายเรียนข้ามสถาบัน เพื่ออุดมศึกษาหลายแห่งสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อทุกๆคนสามารถเข้าถึงความรู้ที่หลากหลาย ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยโพสต์ระบุรายละเอียดว่า “พี่น้องประชาชนที่รักครับ

ผมขอเรียนแจ้งความคืบหน้าที่สำคัญ 2 ประการ ในการปฏิรูปการศึกษาของไทย ซึ่งเริ่มผลิดอกออกผลและมีผลในการปฏิบัติแล้ว ดังนี้

1. การก่อตั้ง “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา” โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดตั้งกองทุนใหม่นี้ขึ้น เพื่อให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบ สามารถผลิตกำลังคนของประเทศที่มีคุณภาพ รองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน (Disruptive change) ของโลกอนาคตได้

รวมทั้งมุ่งส่งเสริมแนวทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่จะต้องตอบสนองความต้องการของคนทุกช่วงวัย ให้สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล/องค์ความรู้ตามความต้องการของผู้เรียน นับเป็นการเดินหน้า “พลิกโฉมแบบก้าวกระโดด” สำหรับการอุดมศึกษา โดยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยองค์ความรู้ที่ทันสมัย

2. การเปิดลงทะเบียนเรียนข้ามสถาบัน เป็นการปลดล็อคด้านการศึกษาครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ 25 สถาบัน

ในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การลงทะเบียนเรียนข้ามสถาบันได้ นับเป็นการแปลงนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติได้จริง และมีผลในทางปฏิบัติได้ทันที โดยประโยชน์ที่จะได้รับ จะเกิดขึ้นในทุกระดับ ผู้เรียนจะสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้และประสบการณ์ได้จากต่างสถาบัน ตามรายวิชาที่ตนสนใจ

ส่วนสถาบันการศึกษาจะสามารถบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูล องค์ความรู้ ที่เป็นของดี หรือความเป็นเลิศจากสถาบันอื่น ที่แตกต่างกัน กระทรวง อว. จะมีการปฏิรูประบบคลังหน่วยกิตและการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศในก้าวต่อไป

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป